2006/May/13

เนเมซิส (Nemesis) เทพีแห่งการล้างแค้น

หลังจากหายไปนานวันนี้เลยจะเอา เรื่องเทพที่ไม่ค่อยมีใครรู้จัก
แต่คงเคยได้ยินมาจากชื่อหนังกันบ้างแล้ว นั้นคือเทพี Nemesis ซึ้งเป็นเทพพีแห่ง กฏแงกรรม ของชาวกรีกนั้นเอง เทพีองค์นี้ถือได้ว่าเป็นยอดหญิงไม่แพ้เทพีองค์ได ๆและแข็งแกร่งไม่แพ้เทพผู้ชายเลย เป็นเทพีที่ไม่ยอมให้คนชั่วลอยนวน สมาชิกคนใหนอยากจะบูชา ก็เชิญนะคร้าบบ

ความผิดและกรรมชั่วทั้งหลายสมควรต้องได้รับโทษตอบแทน จึงจะชอบด้วยความยุติธรรม ชาวกรีกและโรมันคิดเช่นนี้ และเห็นว่าความพยาบาทหรือการล้างแค้นอันชอบธรรมก็เป็นกิจที่เทพเจ้าพึงบำเพ็ญต่อมนุษ
ย์เช่นกัน เขาจึงแต่งตั้งเทพีแห่งความพยาบาทหรือการสนองกรรมขึ้นโดยมีนามว่า "เนเมซิส(Nemesis)"

เมเมซิส เป็นเทพีสาวที่ออกมาลงโทษคนที่ทำผิดศีลธรรมทำกรรมชั่ว คนที่หยิ่งผยอง หรือคนที่ปฏิเสธพรของเทพเจ้า หรือไม่ก็คนที่เห็นแก่ตัวไม่ยอมเอื้อเฟื้อแก่คนอื่น แต่จะให้ผลตอบแทนที่ดีแก่คนดีและผู้ทรงคุณธรรมทั่วไป

เนเมซิส เป็นลูกสาวของ นิกซ์(Nyx) เทพีแห่งรัตติกาล เขาว่ากันว่าบิดาของเธอคือ โอเชียนัส(Oceanus) แม่สาวเนเมซิส นั้นได้ชื่อว่าสวยพอๆกับ อโฟรไดท์(Aphrodite) เทพีแห่งความงามและความรักเลยล่ะ ความสวยของเธอไปเข้าตาของจอมเทพ ซีอุส(Zeus) เข้า แต่ เนเมซิสไม่อยากจะไปยุ่งเกี่ยวกับ ซีอุส เธอก็เลยแปลงร่างหนีทุกครั้งที่เธอเห็น ซีอุสเข้ามาใกล้ บางตำราก็บอกว่าสุดท้ายเธอแปลงร่างเป็นห่าน แต่ซีอุส รู้ทันแปลงร่างเป็นหงส์และจับคู่กับเธอ เนเมซิสวางไข่ไว้ในกอหญ้า 1 ฟอง คนเลี้ยง!มาพบไข่ฟองนี้เข้าจึงนำไปถวายพระนางลีดา (Leda) นางลีดา เก็บไข่ฟองนั้นเอาไว้ในกล่อง และเมื่อเด็กน้อยฟักออกมาจากไข่ นาง ลีดา ก็ให้ชื่อว่า"เฮเลน( Helen )"และเลี้ยงดูเด็กคนนั้นเหมือนเป็นบุตรีของตนเอง หนูน้อย เฮเลนคนนี้เมื่อโตขึ้นมาก็คือแม่สาวที่ทำให้เกิดสงครามกรุงทรอย(Trojan War)ขึ้นยังไงล่ะ

บางตำราเขาก็ว่า ซีอุส แกหลงรักเนเมซิส แต่เมื่อ เนเมซิส ไม่ยอมร่วมหอด้วย พระองค์ก็เลยไปขอความช่วยเหลือจาก อโฟรไดท์ ให้ อโฟรไดท์ แปลงร่างเป็นนกอินทรีเข้าโจมตีตัวเองที่แปลงร่างเป็นหงส์ เจ้าหงส์ปลอมก็ทำเป็นบินร่อแร่มาหา เนเมซิสแม่สาวเนเมซิส ใจดีอุ้มหงส์เจ้าเล่ห์เอาไว้ พอ เนเมซิสหลับ ซีอุส ในร่างหงส์ก็มีความสัมพันธ์กับเธอ พอ เนเมซิส คลอดก็คลอดลูกออกมาเป็นไข่ เทพ เฮอร์เมส(Hermes) ก็รีบมาเอาไข่นั้นไปที่เมือง Sparta แล้วโยนไข่ฟองนั้นไปที่ตักของพระนาง ลีดา แล้วแม่โฉมงามเฮเลน ก็กระโดดออกมาจากไข่ใบนั้นนั่นเอง (แต่ส่วนใหญ่บอกว่าเฮเลนน่ะเป็นลูกของพระนางลีดาเองนั่นแหละ)

แต่บางตำรากล่าวถึงเนเมซิสแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง คือบอกว่า รูปลักษณะของเทพีองค์นี้เป็นหญิงที่มีหน้าตาแสดงความเหี้ยมเกรียม ถือพังงาและล้อ บางทีก็มีปีกด้วย แสดงว่าองค์เทพีจะตามตอบแทนผู้ทำความผิดไปทั่วทุกหนทุกแห่งอย่างไม่ลดละ ไม่ว่าจะเป็นทางน้ำหรือบก ดังที่พังงา(พวงมาลัยเรือ)และล้อ(ที่ใช้สำหรับรถแล่นบนบก)เป็นเครื่องหมายแสดงอยู่

ที่กรุงโรมมีรูปอนุสาวรีย์ของเทพีเนเมซิสประดิษฐานอยู่ในรัฐสภาทีเดียว เมื่อจะประกาศเมื่อจะประกาศศึกต่อศัตรู จะมีพิธีบวงสรวงพระนางก่อน เพื่อให้เป็นที่ปรากฏว่า พวกเขาทำศึกโดยเหตุผลอันชอบธรรมที่สุดเสมอ

Credit By chanintorn

2006/May/13

กาลครั้ง1 ยังไม่นานมาก มีหญิงคน 1 อายุประมาณ32ปี ชื่อว่า " บาร่า " เนื่องจากเธอมีนิสัยเป็นคนใจดำไม่ชอบช่วยเหลือใคร จึงไม่มีคนในหมู่บ้านคบค้าสมาคมชมดาวด้วย แต่แล้วเทพเจ้าแห่ง Loki ก็เสด็จมาเยือนหมู่บ้านแห่งนั้น จึงมีประชาชนขอร้องให้กำจัด บาร่าออกไปจากหมู่บ้านแห่งนี้ เออขอประทานโทษครับที่ลืมบอกชื่อหมู่บ้านไปหมุ่บ้านนี้มีชื่อว่า" เมืองซู " ซึ่งจะมีปราสาทหลังใหญ่เอาไว้สำหรับสักการะบูชาเทพเจ้า Loki ย้อนกลับมาที่ บาร่านะครับ เมื่อเทพเจ้า Loki เสด็จลงมา จึงมีคนขอร้องให้กำจัดบาร่าไปที เทพเจ้าLoki เห็นว่าบาร่าเป็นคนไม่ดีจึงสาปให้บาร่ากลายเป็นกวางมูส แต่คำสาปเกิดผิดพลาดทำให้บาร่ากลายเป็นปีศาจอันทรงพลัง มีเคียวอันใหญ่เป็นอาวุธ มีนามว่า" บาโฟ " แต่เหตูการณ์ก็ไม่แย่ลงเพราะเทพเจ้า Loki สามารถปิดผนึกบาโฟ ไว้ในปราสาทที่เป็นสิงสถิตย์ของเทพเจ้า Loki บ้านเมืองจึงสงบสุข แต่เหตุการณ์ก็ผวนคืน เมื่อลูกๆของบาร่าหรือบาโฟ นั้นโตขึ้นจึงแก้แค้นให้แม่ โดยการเข่นฆ่าคนในหมู่บ้าน เทพเจ้า Loki จึงต้องออกมาปราบ โดยสาปให้เป็นกวางมูสตัวเล็กแต่ด้วยอำนาจด้านมืดทำให้กลายเป็นปีศาจรูปร่างแบบเดียวกับ

บาโฟ มีเคียวอันเล็กเป็นอาวุธ แต่ในเมื่อไม่มีชื่อชาวบ้านจึงขนานนามมันว่า " บาโฟ จูเนียร์ " แล้วเทพเจ้า Loki จึงปิดผนึกพวกมันโดยนำไปไว้ที่เดียวกับบาโฟ บ้านเมืองจึงสงบสุข

เวลาผ่านไป800ปี อำนาจของบาโฟก็สามารถทำลายพลังของเทพเจ้า Loki และได้สร้างกองทัพปีศาจ มาต่อกรกับเทพเจ้า Loki และในที่สุดบาโฟก็สามราถปราบเทพเจ้า Loki ได้สำเร็จและยึดครองเมืองซู เป็นอาณาจักรแห่งปีศาจ จากนั้นก็กลายเป็นเมืองร้าง

ชื่อ Baphomet น่าจะเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่นักเล่นเกม โดยเฉพาะผู้เล่น RO น่าจะจำความร้ายกาจของมันได้ ^^

มาคราวนี้ผมเลยมาเจาะลึกเรื่อง Baphomet ที่หลายๆคนน่าจะอยากรู้ครับ

Baphomet เป็นรูปเคารพที่ถือเป็นเทพของลัทธิที่บูชา satan ลัทธิหนึ่งที่เป็นที่เคารพของ Templar (อัศวินทางศาสนา) โดยที่ Baphomet เป็นเครื่องหมายแห่งความชั่วร้าย และ มนต์ดำ เป็นเครื่องหมายที่แทนถึง satan

เรื่องของ Baphomet เป็นส่วนหนึ่งของตำนานทาง Templar มีหลายตำนานและหลายเรื่องราวที่มีการพูดถึง Baphomet แม้จะผ่านมากว่า 600 ปีแล้ว แต่เรื่องราวของ Baphomet ยังคงเป็นสิ่งลึกลับที่น่าสนใจอย่างไม่เสื่อมคลาย เรื่องของ Baphomet อยู่ในช่วงศตวรรษที่ 19 เชื่อกันว่ากลุ่ม Templar ที่เป็นอัศวินของทางศาสนา ได้มีการสร้างลักทธิความเชื่อในการบูชาเทพปีศาจนาม Baphomet พวกเขามีพิธีกรรมต่างๆที่แสนจะแปลกพิศดาร ที่จะกระทำต่อ Baphomet เพื่อให้ได้มาซึ่งพลังอำนาจและวัตถุประสงค์ต่างๆ พิธีกรรมของ Baphomet มี
หลายรูปแบบ ตั้งแต่ขั้นต้นที่อัญเชิญ Baphomet มา การให้ Baphomet เข้าสิงร่างและควบคุมร่างอย่างสมบูรณ์ (ตัวผู้ถูกสิงจะไม่มีสติเลย) รวมไปถึงการติดต่อกับ Baphomet เพื่อให้ได้มาซึ่งพลังอำนาจตอบสนองความปรารถนาต่างๆ รูปแบบของพิธีกรรมมีหลากหลายขั้นตอน แต่สิ่งประกอบสำคัญทั่วไป คือ เลือด และ การบูชายัญด้วยชีวิต

(มีนักประวัติศาสตร์หลายคนเชื่อว่า Templar ก็ดี ลัทธิความเชื่อพิธีกรรมอย่าง Baphomet ก็ดีเป็นส่วนหนึ่งของการคอรัปชั่นของทางรัฐบาล กับทางโบสถ์ และเป็นเครื่องหมายที่แสดงถึงความสับสนวุ่นวายไร้ระเบียบของคนในยุคนั้นด้วย )

รูปแบบของ Baphomet นั้นมีอยู่มากมาย จากตำนานต่างๆ แต่ที่มีความสอดคล้องกันคือ Baphomet จะมีรูปร่างเป็นมนุษย์เพศชายรูปร่างกำยำ ในขณะที่ศรีษะจะเป็นศรีษะระของสัตว์ รูปแบบที่พบกันบ่อยคือ หัวของแพะ และบางตำนานจะมีการเน้นถึงเรื่องความสัมพันธ์ทางเพศ พลังงานของ Baphomet จากอวัยวะเพศชายที่ตั้งตรงและมีงูวนอยู่รอบๆด้วย (ดั่งที่เห็นจากเรื่อง Berserk รูปปั้นและเจ้าลัทธิในเรื่องนั้นก็เอามาจากความเชื่อของ Baphomet อย่างไม่ต้องสงสัยครับ) นอกจากนี้ Baphomet ยังมีสิ่งประกอบอื่นๆอีก เช่น สัญลักษณ์ ดาว 5 แฉก ซึ่งเรามักจะเห็นเจ้าเครื่องหมายนี้อยู่คู่กับ Baphomet เสมอ (รวมถึงในRO ด้วย) Eliphas Levi ผู้ศึกษาเกี่ยวกับเรื่องลัทธิความเชื่อนี้ในศตวรรษที่ 19 ได้บรรยายถึงลักษณะของ Baphomet รวมไปถึงรูปแบบดาว 5 แฉก นี้ว่า เป็นสัญลักษณ์ของความชั่วร้ายและปีศาจ ซึ่งในยุคกลางนี้ ดาว 5 แฉกในส่วนขวาบนจะหมายถึงหน้าร้อน ในขณะที่ด้านกลับ หรือ ส่วนล่างจะหมายถึงหน้าหนาว ซึ่งเชื่อกันว่า Levi ได้วาดรูปแบบของดาว 5 แฉก ไว้ 2 ลักษณะด้วยกัน

แบบแรก เป็นการสร้างรูปแบบของมนุษย์จากจุดทั้ง 5 ของดาว โดยสื่อถึงธาตุทั้ง 4 คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ ตามจุดแขนขาทั้ง 4 ของมนุษย์ โดยที่จุดที่ 5 คือ ศีรษะเป็นส่วนแห่งจิตวิญญาณ (รูปแบบนี้ผมเชื่อว่าหลายๆคนอาจเคยเห็นแล้ว ที่เป็นแผนภาพมนุษย์กางแขนขา แขน ขาเป็นส่วนของจุดทั้ง 4 ของดาว 5 แฉก ขณะที่ศีรษะเป็นส่วนที่ 5 ) ซึ่งรูปแบบนี้เรียกว่า Microcosmic Man (จุลภพมนุษย์)

แต่รูปแบบของดาว 5 แฉกแบบที่ 2 นี้เป็นรูปแบบที่เกี่ยวกับ Baphomet อย่างชัดเจน รูปแบบดาว 5 แฉกแบบที่ 2 นี้ เป็นรูปแบบดาว 5 แฉกที่กลับด้าน ในรูปแบบของศีรษะของแพะซึ่งก็คือสื่อถึง Baphomet นั่นเอง ซึ่งเป็นการเปรียบเทียบระหว่างรูปแบบของมนุษย์ และ ปีศาจนั่นเอง สัญลักษณ์ดาว 5 แฉกของ Baphomet นี้ ถูกใช้อย่างเป็นทางการในแง่เครื่องหมายของ satan โดยเริ่มโดย Anton Szandor La Vey ในปี 1996 แล้วจึงถูกใช้อย่างแพร่หลายโดยลัทธิบูชา satan ต่างๆทั่วโลก รูปที่เกี่ยวกับ Baphomet ส่วนมากจะถูกวาดและบรรยายโดย Levi ซึ่งผลงานของ Levi เกี่ยวกับเรื่อง Baphomet นี้ ถูกใช้ครั้งแรกกับผลงาน

"A Pictorial History of Magic and the Supernatural" ของMaurice Bessy

ตีพิมพิ์ในฝรั่งเศสในปี 1961 และแปลเป็นภาษาอังกฤษในปี 1964 หลายปีหลังการเสียชีวิตของ Levi

ซึ่งทั้งหมดนี้แหละครับ คือ Baphomet 1 ใน เทพแห่งความชั่วร้าย อีกรูปจำแลงของ satan ที่ลัทธิบูชา satan ต่างๆเคารพบูชากันอย่างแพร่หลาย

โลกิ[Loki]ยังไม่ตายนะครับ เค้าหลบหนีไปอยู่ที่แอสกาด

รูปแบบของดาวแบบที่ 2 ครับ

dredit by chanintorn

2006/May/13

นางอัปสรไซเรน (Sirens)

...........สำหรับตำนานของนางอัปสรไซเรนนี่ก็เป็นหนึ่งในตำนานกรีกครับ จากในตำนานกล่าวเอาไว้ว่านางอัปสรไซเรนนั้นจะมีรูปร่างครึ่งคนครึ่งนก มีเสียงอันไพเราะมาก เป็นผู้ที่ทำให้บรรดาเรือต่างๆ ที่ผ่านเกาะโขดหินที่นางอาศัยอยู่นั้น แล่นชนหินโสโครกเสียยังงั้นแหละ เพราะว่าด้วยเสียงอันไพเราะของนางนั้นเมื่อชายผู้ใดได้ฟัง เป็นต้องเคลิ้ม จนไม่เป็นอันบังคับเรือ จนในที่สุดก็ชนเข้ากับโขดหินและพบกับจุดจบในท้องทะเลตรงนั้นนั่นเอง บางตำนานกล่าวว่านางอัปสรไซเรนนั้นเป็นลูกของเทพแห่งทะเลฟอร์ซิส (Phorcys) แต่บ้างก็กล่าวว่าเป็นธิดาของเทพแห่งแม่น้ำอคีลัส (Achelous) ครับ หุ หุ

.......ตำนานที่ว่าด้วยเรื่องราวของนางอัปสรไซเรนที่โด่งดังที่สุด ก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องราวของวีรบุรุษโอดิสซูสครับ (Odysseus) (หรือใครเคยดูเรื่องอภินิหารขนแกะทองคำก็มี) จากมหากวีโฮเมอร์ (Homer) นั่นเอง ผู้แล่นเรืออาร์โกนอท (Argonauts) ฝ่าเสียงร้องของนางไซเรนไปได้ โดยการเอาขี้ผึ้งอุดหูไม่ให้ได้ยินเสียงนั่นเองครับ แต่บางตำนาน (อีกแล้ว) ก็กล่าวว่ามีนักร้องคนหนึ่งครับได้ร้องเพลงแข่งกันกับนางไซเรน จนลูกเรือหันมาฟังแต่เสียงของพ่อหนุ่มคนนี้ ทำให้ไม่ได้สนใจต่อเสียงของนางไซเรน เรือก็เลยผ่านบริเวณนั้นมาได้ กระทาชายนายคนนี้ก็ไม่ใช่ใครอีกแหละครับ หมอนี่คือออร์ฟิอุส (Orpheus) วีรบุรุษหนึ่งในเรืออาร์โกนั่นเอง แต่ทว่าบางตำนานก็กล่าวถึงนางไซเรนในเชิงของนางเงือก (Mermaids) ครับ


นางอสูรซิลลา (Scylla)

............สำหรับอสูรตัวนี้ หลายคนอาจจะคุ้นในชื่อของสคิวเลอร์ อิโอ หรือหนึ่งในขุนพลของเทพโพเซดอนในเซนต์ เซย์ย่า เป็นผู้ครอบครองพลังแห่งสัตว์ร้ายทั้ง 6 ชนิด นั่นเองครับ
....... และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งอสูรผู้เฝ้าทะเลเช่นกัน ซึ่งในตำนานกรีกบทหนึ่งกล่าวว่า นางซิลลานั้นเป็นผู้ที่คอยเฝ้าทะเลทางฝั่งช่องแคบเมสสิน่าครับ มีถิ่นฐานอาศัยอยู่ในถ้ำของช่องแคบนั้น สำหรับรูปร่างของนางซิลลานั้น ร่างกายด้านบนจะเป็นหญิงสาวหน้าตาสวยงาม แต่ท่อนล่างจะมีลักษณะของสัตว์ร้าย 6 หัว 12 เท้า และมีสร้อยรูปหัวสุนัขที่เห่าอยู่ตลอดเวลา....แต่ว่าแรกเริ่มเดิมทีนั้นนางซิลลาไมได้มีรูปร่างเป็นแบบนี้ครับ (อีกแล้ว) แต่เดิมนั้นเธอเคยเป็นนางอัปสรที่งดงามตนหนึ่งแต่ถูกสาปโดยแม่มดที่ริษยาในความงามขอ
งเธอ จนกระทั่งกลายเป็นอสูรร้ายไป และต้องมาคอยเฝ้าช่องแคบ คอยจับมนุษย์หรือสัตว์ที่ผ่านไปกินเป็นอาหารตามที่กล่าวไปนั่นเองครับ

credit by chanintorn